วันพฤหัสบดีที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2555

7. กรอบแนวความคิดในการวิจัย

กรอบแนวความคิดในการวิจัย           

              http://www.drmanage.com/index.php?lay=show&ac=article&Id=538633731 กล่าวว่ากรอบแนวคิดการวิจัย เป็นการสังเคราะห์หรือบูรณาการแนวคิด ทฤษฎี หลักการตลอดจนผลงานวิจัยที่เกี่ยวข้องทั้งหมด โดยที่ผู้วัจัยได้นำมาพัฒนาขึ้นมาใหม่เพื่อใช้ในการวิจัยเรื่องนั้นโดยตรง  จุดมุ่งหมายหลักของการสังเคราะห์แนวคิดทฤษฎีและผลงานวิจัยที่เกี่ยวข้องก็คือ การพัฒนามาเป็น กรอบแนวคิดการวิจัย” (conceptual research framework) หรือ ตัวแบบของการวิจัย” (research model) ซึ่งในกรอบแนวคิดหรือตัวแบบของการวิจัยนี้ จะเป็นการพัฒนาขึ้นมาโดยอาศัยเหตุผลเชิงตรรกะ โดยมีการเชื่อมโยงความสัมพันธ์ระหว่างตัวแปร ๆ ทั้งหมดที่ต้องการศึกษาอย่างเป็นระบบและมีเหตุมีผลรองรับทางวิชาการ ทั้งนี้การกำหนดกรอบแนวคิดการวิจัยควรนำมาจากองค์ความรู้ในพาราไดม์ปัจจุบันของศาสตร์นั้น
     การนำเสนอกรอบแนวคิดการวิจัยที่แสดงถึงความสัมพันธ์ระหว่างตัวแปรอิสระและตัวแปร จะทำให้ผู้วิจัยสามารถสรุปให้เห็นถึงสมมติฐานการวิจัยทั้งหมดที่ต้องการทดสอบ โดยที่สมมติฐานการวิจัยจะนำมาจากกรอบแนวคิดการวิจัยนั่นเอง  อย่างไรก็ตาม บ่อยครั้งที่เรามักพบว่างานวิจัยขาดคุณภาพในประเด็นที่ว่ามีการกำหนดสมมติฐานการวิจัย แต่ไม่สามารถบอกถึงที่มาได้ว่าได้มาจาก  ตัวแปรของแนวคิด ทฤษฎีใด อยากจะเขียนสมมติฐานอะไรขึ้นมาเพื่อจะทำการทดสอบก็ได้ โดยไม่รู้ว่าสมมติฐานมาจากที่ใดมีเหตุผลใดรองรับหรือไม่ เช่น เพศต่างกันมีความคิดเห็นต่อการปฏิรูประบบราชการแตกต่างกัน ซึ่งสมมติฐานเช่นนี้ไม่ได้มีการนำผลการทบทวนวรรณกรรมมาใช้เลย เป็นต้น นอกจากนี้แล้วตัวแปรต่าง ๆ ก็นำมาเชื่อมโยงก็ขาดการเชื่อมโยงกับแนวคิดทฤษฎี ด้วยเหตุนี้ในการนำเสนอรายงานวรรณกรรมที่เกี่ยวข้องที่ดี ควรที่จะมีการนำเสนอกรอบแนวคิดการวิจัย และสมมติฐานการวิจัยที่มีรากฐานหรืออนุมานมาจากแนวคิด ทฤษฎี (hypothetical deductive) ที่กำหนดไว้ในกรอบแนวคิดการวิจัย



                 http://pioneer.netserv.chula.ac.th/~jaimorn/re7.htm กรอบความคิดสำหรับการวิจัย หมายถึง โมเดลแสดงความสัมพันสธ์ตามทฤษฎีระหว่างตัวแปรที่นักวิจัยศึกษา นักวิจัยสร้างกรอบความคิดจากการทบทวนวรรณคดี ทฤษฎี และรายงานการวิจัยที่เกี่ยวข้อง โดยมีจุดมุ่งหมายให้เป็นภาพจำลองหรือตัวแทนของปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นจริงตามธรรมชาติ ทั้งนี้อาจเป็นเพราะองค์ความรู้ในสา ขานั้น ยังมีไม่พอที่จะสร้างกรอบความคิดให้สมบูรณ์ หรือเพราะนักวิจัยกำหนดขอบเขตการวิจัยไว้ไม่กว้างเท่าที่ควรจะเป็นตามสภาพความเป็นจริง ส่วนที่แตกต่างกันระหว่างกรอบความคิดกับสภาพที่เป็นจริงนั้นหากไม่สามารถทำได้ / ไม่สามารถแสดงได้ / ไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่ามีความสอดคล้องกัน แต่มีความสำคัญต่อกรอบความคิด ส่วนนั้นคือสิ่งที่ต้องกำหนดเป็นข้อตกลงเบื้องต้นของการวิจัย ส่วนที่แตกต่างกันระหว่างกรอบความคิดกับสภาพที่เป็นจริงนั้น หากสามารถทำได้ พิสูจน์ได้ แสดงว่ากรอบความคิดและสภาพที่เป็นจริงสอดคล้องกัน แต่นักวิจัยไม่ได้ทำ ( อาจเนื่องจากกำหนดขอบเขตการวิจัยไว้แคบ ) ส่วนนั้นคือสิ่งที่ต้องกำหนดเป็นข้อจำกัดของการวิจัย นอกจากนี้สิ่งที่กำหนดเป็นข้อตกลงเบื้องต้นของการวิจัย ถ้าเป็นข้อความที่ขาดเหตุผลสนับสนุน อาจทำให้เกิดส่วนแตกต่างระหว่างกรอบความคิด และสภาพที่เป็นจริงที่ต้องกำหนดเป็นข้อจำกัดของการวิจัย นอกจากนี้สิ่งที่กำหนดเป็นข้อตกลงเบื้องต้นของการวิจัย ถ้าเป็นข้อความที่ขาดเหตุผลสนับสนุน อาจทำให้เกิดส่วนแตกต่างระหว่างกรอบความคิด และสภาพที่เป็นจริงที่ต้องกำหนดเป็นข้อจำกัดของการวิจัยด้วย


             http://www.unc.ac.th/elearning/elearning1/Duddeornweb/assumpt1.htm   กรอบแนวคิดการวิจัย เป็นการสังเคราะห์หรือบูรณาการแนวคิด ทฤษฎี หลักการตลอดจนผลงานวิจัยที่เกี่ยวข้องทั้งหมด โดยที่ผู้วัจัยได้นำมาพัฒนาขึ้นมาใหม่เพื่อใช้ในการวิจัยเรื่องนั้นโดยตรง  จุดมุ่งหมายหลักของการสังเคราะห์แนวคิดทฤษฎีและผลงานวิจัยที่เกี่ยวข้องก็คือ การพัฒนามาเป็น กรอบแนวคิดการวิจัย” (conceptual research framework) หรือ ตัวแบบของการวิจัย” (research model) ซึ่งในกรอบแนวคิดหรือตัวแบบของการวิจัยนี้ จะเป็นการพัฒนาขึ้นมาโดยอาศัยเหตุผลเชิงตรรกะ โดยมีการเชื่อมโยงความสัมพันธ์ระหว่างตัวแปร ๆ ทั้งหมดที่ต้องการศึกษาอย่างเป็นระบบและมีเหตุมีผลรองรับทางวิชาการ ทั้งนี้การกำหนดกรอบแนวคิดการวิจัยควรนำมาจากองค์ความรู้ในพาราไดม์ปัจจุบันของศาสตร์นั้น

      สรุป
             กรอบแนวคิดการวิจัย เป็นการสังเคราะห์หรือบูรณาการแนวคิด ทฤษฎี หลักการตลอดจนผลงานวิจัยที่เกี่ยวข้องทั้งหมด โดยที่ผู้วัจัยได้นำมาพัฒนาขึ้นมาใหม่เพื่อใช้ในการวิจัยเรื่องนั้นโดยตรง  จุดมุ่งหมายหลักของการสังเคราะห์แนวคิดทฤษฎีและผลงานวิจัยที่เกี่ยวข้องก็คือ การพัฒนามาเป็น กรอบแนวคิดการวิจัย” (conceptual research framework) หรือ ตัวแบบของการวิจัย” (research model) ซึ่งในกรอบแนวคิดหรือตัวแบบของการวิจัยนี้ จะเป็นการพัฒนาขึ้นมาโดยอาศัยเหตุผลเชิงตรรกะ โดยมีการเชื่อมโยงความสัมพันธ์ระหว่างตัวแปร ๆ ทั้งหมดที่ต้องการศึกษาอย่างเป็นระบบและมีเหตุมีผลรองรับทางวิชาการ ทั้งนี้การกำหนดกรอบแนวคิดการวิจัยควรนำมาจากองค์ความรู้ในพาราไดม์ปัจจุบันของศาสตร์นั้น
     การนำเสนอกรอบแนวคิดการวิจัยที่แสดงถึงความสัมพันธ์ระหว่างตัวแปรอิสระและตัวแปร จะทำให้ผู้วิจัยสามารถสรุปให้เห็นถึงสมมติฐานการวิจัยทั้งหมดที่ต้องการทดสอบ โดยที่สมมติฐานการวิจัยจะนำมาจากกรอบแนวคิดการวิจัยนั่นเอง  อย่างไรก็ตาม บ่อยครั้งที่เรามักพบว่างานวิจัยขาดคุณภาพในประเด็นที่ว่ามีการกำหนดสมมติฐานการวิจัย แต่ไม่สามารถบอกถึงที่มาได้ว่าได้มาจาก  ตัวแปรของแนวคิด ทฤษฎีใด อยากจะเขียนสมมติฐานอะไรขึ้นมาเพื่อจะทำการทดสอบก็ได้ โดยไม่รู้ว่าสมมติฐานมาจากที่ใดมีเหตุผลใดรองรับหรือไม่ เช่น เพศต่างกันมีความคิดเห็นต่อการปฏิรูประบบราชการแตกต่างกัน ซึ่งสมมติฐานเช่นนี้ไม่ได้มีการนำผลการทบทวนวรรณกรรมมาใช้เลย เป็นต้น นอกจากนี้แล้วตัวแปรต่าง ๆ ก็นำมาเชื่อมโยงก็ขาดการเชื่อมโยงกับแนวคิดทฤษฎี ด้วยเหตุนี้ในการนำเสนอรายงานวรรณกรรมที่เกี่ยวข้องที่ดี ควรที่จะมีการนำเสนอกรอบแนวคิดการวิจัย และสมมติฐานการวิจัยที่มีรากฐานหรืออนุมานมาจากแนวคิด ทฤษฎี (hypothetical deductive) ที่กำหนดไว้ในกรอบแนวคิดการวิจัย


ที่มา :
http://www.drmanage.com/index.php?lay=show&ac=article&Id=538633731
สืบค้นเมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน 2555 
http://pioneer.netserv.chula.ac.th/~jaimorn/re7.htm    
สืบค้นเมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน 2555 
http://www.unc.ac.th/elearning/elearning1/Duddeornweb/assumpt1.htm  
สืบค้นเมื่อ วันที่ 10 พฤศจิกายน  2555



ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น